แผลเป็น

แผลเป็นเกิดจากกระบวนการหายของแผลที่เกิดขึ้นไม่สมบูรณ์ ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้เกิดแผลเป็นนั้น ขึ้นกับสภาพผิว ตำแหน่งที่เกิดแผล ความลึกของแผล และวิธีการดูแลรักษาแผล

แผลเป็นมีหลายชนิด ดังนี้

  1. แผลเป็นหลุมสิว มักเกิดจากการที่สิวอักเสบมาก หรือสิวมีขนาดใหญ่ ดังนั้น หากพบว่าตนเองเป็นสิว ควรรีบทำการรักษา ไม่ควรปล่อยไว้นาน และควรงดแกะสิว เนื่องจากจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดหลุมสิวตามมา

      วิธีการรักษา

  • กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเติมเต็มหลุมนั้น โดยการทำเลเซอร์กลุ่ม Fractional laser
  • ใช้เข็มเพื่อตัดพังผืดที่ดึงรั้งอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง หรือที่เรียกว่า Subcision 
  1. แผลเป็นนูน คือ แผลเป็นที่เกิดตามรอยของแผล และนูนขึ้นจากผิวปกติ

      วิธีการรักษา

  • ฉีดยาเข้าบริเวณแผลเป็นเพื่อลดความนูนของแผล
  • เลเซอร์เพื่อปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน โดยใช้เลเซอร์กลุ่ม YAG หรือ Fractional laser
  • ทายาลดรอยแผลเป็น
  • แปะแผ่นซิลิโคนที่แผลเป็น
  1. แผลเป็นคีลอยด์ คือ แผลเป็นที่มีขนาดใหญ่เลยขอบของแผล และมักจะนูนขึ้นจากผิวมาก มักมีสีน้ำตาลอมแดง และอาจมีอาการคันร่วมด้วย

     วิธีการรักษา

  • ฉีดยาเข้าบริเวณคีลอยด์ เดือนละ 1 ครั้ง จนกว่าแผลเป็นคีลอยด์จะราบลง และหากหยุดรักษาไปแล้ว รู้สึกเกิดอาการคัน นั่นคืออาการแสดงของการกลับเป็นซ้ำ แนะนำให้กลับมาเริ่มต้นฉีดอีกครั้ง
  • การทำเลเซอร์ กลุ่ม YAG ได้แก่ Laser genesis
  • หลีกเลี่ยงการเกา ถู หรือ สัมผัสแผลเป็นคีลอยด์บ่อยๆ
  • การทายาลดแผลเป็น
  • การแปะแผ่นซิลิโคนที่แผลเป็น