Acne

สิวนับเป็นปัญหากวนใจใครหลายๆคน นอกจากจะทำให้ใบหน้าดูไม่เรียบเนียนแล้ว หลังจากสิวหาย อาจทิ้งรอยดำรอยแดง หรือหลุมสิวไว้อีกด้วย

สาเหตุ

สิวเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่

  1. ต่อมไขมันผลิตไขมันออกมากกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดอาการหน้ามัน ซึ่งสาหตุที่ต่อมไขมันผลิตไขมันออกมามากกว่าปกติ มักเกิดจากการที่ฮอร์โมนเพศเพิ่มสูงขึ้น เช่น ในวัยรุ่น หรือผู้ที่มีปัญหาถุงน้ำในรังไข่ เป็นต้น เมื่อต่อมไขมันผลิตไขมันออกมามาก ต่อมไขมันจะมีขนาดใหญ่ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการอุดตันของต่อมไขมันได้
  2. เชื้อที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว ที่มีชื่อว่า P.acne มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้มีโอกาสเกิดสิวอักเสบมากขึ้น
  3. พฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสิว เช่น การนอนดึก ความเครียด การใช้สารเคมีหรือผลิตภัณฑ์บางอย่าง การขัดถูใบหน้าแรงๆ หรือการเผชิญมลภาวะ เป็นต้น

การรักษา แบ่งเป็น

1. ยาทา

แนะนำให้ผู้ที่เป็นสิวทุกคนใช้ และควรทาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งตัวยาจะมี 3 กลุ่ม โดยแพทย์จะปรับเพิ่มลดยาให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคน

  • ยาฆ่าเชื้อ ได้แก่ Clindamycin ช่วยฆ่าเชื้อ P.acne
  • Benzoyl peroxide หรือ BP ช่วยลดปริมาณ P.acne ลดการอุดตันและลดอาการอักเสบของสิว
  • ยากลุ่มวิตามินเอ มักให้ทาก่อนนอน ช่วยลดความมันบนใบหน้า ลดการอุดตันของสิว และในระยะยาว ช่วยลดการเกิดสิวใหม่ด้วย

2. ยารับประทาน มี 2 กลุ่ม

  • กลุ่มยาปฏิชีวนะ ได้แก่ Doxycycline ช่วยฆ่าเชื้อ P.acne และลดอาการอักเสบได้

  • ยากลุ่มวิตามินเอ เหมาะกับผู้ที่มีสิวอักเสบรุนแรง แต่ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เนื่องจากมีผลต่อการตั้งครรภ์ การทำงานของตับและปริมาณไขมันในกระแสเลือด แนะนำให้ผู้ที่รับประทานต่อเนื่องเจาะเลือดเช็คสุขภาพเป็นประจำ

3. Treatment 

  • Sensipeel ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว ลดความมันบนใบหน้า ช่วยให้สิวแห้งเร็วขึ้น และลดรอยดำจากสิวได้

  • Detox ช่วยลดสิวเสี้ยนและสิวอุดตัน

4. เลเซอร์

  • เลเซอร์ในบางความยาวคลื่น มีความสามาถในการลดอาการอักเสบของสิว ลดปริมาณเชื้อ P.acne และลดรอยแดงได้ เช่น Spectra gold หรือ IPL ในบางความยาวคลื่น เป็นต้น